ก็จะเล่นพร พอออกแม่ออก
วันนี้เป็นวันพระ เขาพรรษาเป็นสองอาทิตย์แล้ว
ก็น่าคิดนะ เวลาที่ผ่านไปเร็วถึงขณะนั้น
มันมีอะไรสอนให้เราหรือเปล่า
ถ้ามันเร็วขึ้นเรื่อยๆ เวลาที่เราเหลือก็น้อยลงๆ
จึงต้องทำความดีเป็นหลัก
แล้วก็ทำจิตให้สงบเป็นหลักอยู่ประจำ
แล้ววันพระเราก็คุ้นเคยที่จะสมทรรณศิริ
สมทรรณศิริที่บ้านก็ได้ สมทรรณเอง ทำเป็นช่วงนี้
ปัดคราวเราก็ต้องทำอะไรโดยลำพัง
โดยไม่มีใครเป็นหมู่เพื่อน
อาจารย์นึกถึงว่าควันที่นี่ โดยอาคารหรือ Let's put your all in capability, and there will be or no regulations.
ถึงเด็กนักเรียนเขาก็ต้องเรียนออนไลน์
โดยการมีวินัยภายในตัวของตัวเอง
ซึ่งยากที่จะบังคับตัวเอง
จริงๆ สำหรับคนนุ่มๆ
แต่ที่จริงก็สมทรรณสิทธิ์ไม่ได้เป็นการบังคับอยู่แล้ว
คือว่าเป็นการอธิษฐานจิต
เราพยายามที่จะเดินในหนทางแห่งการศึกษา
ที่งดเวรจากการกระทำตามแต่ละข้อ
ซึ่งเป็นการใช้วาชาอันงดงานที่พระพุทธเจ้าเสนอ
เพราะว่าท่านเน้นอยู่ตลอดว่า
บุญบาปอะไรต่างๆ ในการกระทำของเราก็ขึ้นอยู่กับใจของแต่ละคน
จะบังคับให้คนอื่นละบาป
บังคับให้คนอื่นทำบุญก็ไม่ได้
ต้องมากับ
กับความตั้งใจของแต่ละคน
หรือกับวินัยของแต่ละคน
คือความสามารถที่จะอดทน
งดเวล สำรวม ระวัง
มันขึ้นอยู่กับภูมิศักยภาพของแต่ละคน
เขาจะมีความพร้อมมากหน่อยขนาดไหน
หากว่ามีความพร้อมจริง ๆ เขาทำได้
และอาจารย์เชื่อว่า เขาจะทำอยู่
หากว่ามีความพร้อม มันบอกเอง
เช่นเดียวกันกับสิ่งต่าง ๆ ที่เราเจอในปัจจุบัน
หากว่าเรามีบางสิ่งบางอย่าง ที่เราต้องปล่อยวาง
มันยากนะ ตอนที่เรายังไม่พร้อม
ยังมีการยึดมั่น ถือมั่น
อยากมี อยากได้ อยากเป็น
แต่สำหรับคนที่ปฏิบัติมานาน ก็เข้าใจว่ามันไม่คุ้ม
ที่จะหยุดมั่นถือมั่นในที่สุด เราก็ต้องเปลี่ยนอยู่แล้ว
เราต้องสละอยู่แล้ว การให้โดยความสมัครใจก็ดีกว่า
การทำโดยความสมัครใจก็ดีกว่า หากเวลาทำโดยความรู้ตัวว่าควรจะทำ
มันดีที่สุด เหมือนเด็กหนักเรียนที่กำลังถูกปังคับ
ที่จะเรียนออนไลน์แล้วเขาไม่อยากทำ
คือปังคับเท่าไรสมองเขาไม่ไป
แต่ว่าหากว่าเขาพร้อมจริงๆแล้วเขามีความเข้าใจมาก
หากว่าเราไม่ทำเองช่วงนี้ทีหลังเราจะลำบาก
หากว่าเราไม่ปังคับตัวเองช่วงนี้ทีหลังก็แย่กว่านี้
หากว่าเค้าก็ใช้ความเข้าใจเกิดความตั้งใจแบบนี้ ต้องเป็นประโยชน์จริงๆ
ฯ.
หลาย ๆ ครั้งเราก็มีการชักชวน คณะอะไรที่เค้ามาชมวัด
เราก็ชักชวนให้นั่งสมาธิ
ที่จริงที่จะบังคับให้คนอื่นได้เกิดจิตสงบ คงไม่ได้
จึงต้องเปิดโอกาสอย่างเดียวให้เขาเองได้สมัครที่จะเอาความสงบแทนที่จะเอาความวุ่นวาย
เขาเป็นความงดงามในการสมทานศีลที่พระพุทธเจ้าทำเปิดโอกาสให้เราสมัครที่จะเอา
ถ้าเราสมัครที่จะเอาแล้วก็เอาจริง
แล้วได้บุญมาก เพราะว่ามันขึ้นอยู่กับเจทนาว่ามันบุญหรือไม่
ก็มันขึ้นอยู่กับการกำหนดทิศทางของเรา
มันจะได้ประโยชน์มากน้อยขนาดไหน
ส่วนบินัยกับตัวเองคือความสามารถที่จะบอกตัวเองได้ว่า
ควรจะทำจึงทำ ก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้
แต่เฉพาะช่วงนี้ ช่วงที่มันมีการออกนายบาย
กรณกีศอะไรต่างต่าง
ส่วนรวมอะไร มองไม่ทั่วถึง
บางครั้งก็ต้องหวัด เผื่อไว้
คิดลงหน้า เผื่อเอาไว้เรื่องสำรวม
หรือปังคับตัวเอง
เราหรอให้คนอื่นปังคับ
โอ้ย โรครบาดไปแล้ว
มันจะชะไปแล้ว
ต้องอาศัยความสมัครใจ
การร่วมมือการ понимаю
เป็นเรื่องสามัคคีก็ได้นะ ก็มีนายุปายชิน
นายุปายวันพระรักษาศีล นายุปายชาวพุทธถือศีลห้าเป็นหลัก
ก็เป็นเรื่องแบบทั่วไป เราร่วมเข้าโครงการนี้
ต่อความสมัครใจ ก็ยืนยันกับตัวเอง
ความยืนยันกับตัวเองก็ต้องมีอยู่แล้ว
แล้วหากเวลาตั้งใจจริงๆ แล้วมันมาจากใจของเรา
สิ่งที่เราก็มีทางเลือกตะกอน
มันจะไปถึงฮ. คณะว่ามันแสดงออกถึง
ความตั้งใจกำหนดว่าจะทำ
นี้ความหมายกรรมการสมทานศีล
คือว่าเรายืนยัน
ข้าพเจ้าสมทาน ที่จะงดเวลจากการกระทำ
ตามแต่ละข้อ
แล้วเราจะร่วมนโยบาย ร่วมกฎกติกา ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการสามัคคีในการรักษาศีล
หากว่าเราทำได้เป็นสามัคคีระหว่างเช่าพุทธทั้งหลาย
ก็เหมือนจะเป็นบุญมหาศาล ก็มันจะเป็นบุญที่แสดงออกในสังคมไปด้วย
ว่าแต่ละคนสมัคที่จะงดเวลการกระทำที่ส่งผลที่ชั่วต่อคนอื่นตัวเอง
หากว่าแต่ละคนเห็นโทษเห็นภัยแล้วก็งดไว้แล้วก็ตังคับตัวเอง
ก็มันเป็นบุญ เป็นบุญที่บวกกัน
เป็นเรื่องที่นักคิดช่วงนี้
ช่วงที่มีนายบ 기�ad napal
ก 젊 ปริภาษัยก่อนร้าย พรรถ โรงเรข persist
กฤตน Before Agreement
ครอบครอบครับ I cannot apply
สังคม ซึ่งเป็นการกําหนดวินัยในการกระทํา
ให้ชาวบ้านให้ยัดยมได้พิจารณาว่า มีความป้องกันตัวไหม
หรือเราเลือกทางที่อาจจะเสี่ยงหรือประมาท ก็บางครั้งก็ไม่สะดวกเนอะ
บางครั้งก็ไม่สะดวกจริงจริง ก็ยอมล่ะ ก็เห็นหน้าวัดเป็นต้น
แต่ก่อนก็ทักกันคุยกัน ก็นั่งเป็นวงนั่งต้นคณะ
ช่วงนี้ต้องห่างกัน แล้วบางครั้งก็จนถึงขณะที่
แต่ก่อนได้พูดคุยช่วงนี้ก็ไม่ ไม่กล้าพูด ก็ห่างกัน
แต่เราก็ทําเพื่อประโยชน์สมรุม หากว่าเรามีความรู้สึกว่าแปลกแปลก
ตอนที่ล่า เราไม่ได้ทําเหมือนที่เคย
แต่ว่าทำเพื่อประโยชน์ในอนาคต
เราอาจอธิบายไม่ถูกถึงช่วงเฉพาะหน้า
แล้วไม่มีโอกาส เช่น
เราอยู่ห่างกันช่วงนี้
เพื่อกันตรงกันไม่ให้ติดเชื้อ
เราพูดไม่ถูกถึงแล้วบอกไม่ทัน
เราทำได้ความสำรวม
แล้วทีหลังเราอาจจะเกิดความรู้สึกว่าอึดอัดใจ
เราก็ทำตัวเองแปลกๆ หรือหมู่เพื่อนคิดยังไง
ก็มันมีวิธีของเช้าพุทธเรา
อยู่จริงๆ คือแผมตา
มันเป็นพติปทา
ของเช้าพุทธเรา
เพราะแผมตาภายในที่ของเรา
ที่เราแน่ใจมันดี
มันสมบูรณ์แบบคือใจของเรา
เราก็ย้อนกลับทั้งใจของเราเอง
เช่น หากว่าวันไหนเรา kiş Gesetzent
ทำความรู้สึกเกิดขึ้นที่ว่าแปลกๆ อะไร
เหมือนเราทำตัวเองเหมือนขาดน้ำใจ
ต่อมูลเพื่อน ต่อเพื่อน ต่อญาติ ต่อมิตร
ที่น่าจะทักกัน น่าจะเชิญมากินข้าวโดยกัน
ตามคำเนียมของอิษฐานี่
เขาทักกันก็กินข้าวแล้วบ้อ
ช่วงนี้เราก็ต้องระวัง เราต้องอด
และหากว่าเราก็มีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้น
ช่วงกลางวัน แล้วทีหลังเราไม่สบายใจ
เข้าใจเราผิดหรือเปล่าอะไร
หรือตัวเองก็รู้สึกว่ามันขาดน้ำใจ
ยังมีวิธี วิธีของเรา
เรานั่งภาวนานึกถึงคุ้นงามความดีของสิ่งต่างๆ
ที่เป็นที่มุ่งหมายปรารถนาของเรา
นึกถึงบุญบรรณีที่เราได้สร้างมาแล้ว
นึกถึงเมตตาในใจของเรา
ให้มันได้ขยายขึ้น
ให้มันได้ออกกำลัง
ให้มันได้เต็มครอบถ้วน
แล้วก็เราแบ่งเมตตานั้น
ให้คนที่เราอาจจะรู้สึกว่า
แล้วไม่สบายใจต่อท่าน
เราก็ทรงไป ทรงไปทรงเมตตาจิต
แล้วแก้ไขโดยการภาวนาของเรา
หากว่าเรามีความรู้สึกว่าเรามักจะเกิดความไม่สะดวกแก่คนอื่น
เรานั่งทบทวนความรู้สึก
ให้กลับมาถึงเจตนาที่ดีของเรา
ให้กลับมาถึงเมตตาจิตของเรา
แล้วก็ส่งไป ส่งไปเฉิดเฉยก็ว่าได้
หรือเผื่อไว้อนาคตก็ว่าได้
ก็มันเป็นพฤติปัทธานของชาวพุทธเราจริงๆ
เราไม่สามารถที่จะทำให้ทุกๆคนได้เกิดความสบายใจ
ในการเกี่ยวข้องช่วงนี้ได้
จึงต้องมีภูมิเป็นพิเศษที่เราเอาไปใช้
เพื่อจะให้มันได้สมบูรณ์แบบอย่างน้อย
โดยเจตนาของเรา
อย่างน้อยโดยความรู้สึกลึกๆในใจของเรา
คิดว่าสังคมเราเจริญเหมือนเดินทัศน์แต่ละคน
แต่ละคนก็แพร่เมตตา
รักษากฎระเบียบแล้วก็แพร่เมตตาไปด้วย
เราไม่ปังคับใคร ไม่ผัดทิเศษใครโดยความรำคาญ
แต่โดยเมตตา โดยความหวังดี
เสมือนที่เรา
ตังคับเด็กหนักเรียนให้เรียนหนังสือออนไลน์
ซึ่งไม่เป็นที่ชอบ
แต่เราพยายาม พยายามบอกสาเหตุให้
เห็นว่า โอ้...ตัวนี้ต้องทำช่วงนี้
เราบอกโดยความเอ็นดู
บอกโดยความสงสาร
บอกโดยความหวังดี
แล้วสิ่งเหล่านี้ หากว่ามันปรากฏชัดในใจของเรา
แต่ละวันเราก็ฝึกให้ได้เกิด ความถนัดในการหวังดี
มันแสดงออกถึงกิริยาในการกระทำของเรา
หากว่าเราต้องรักษาระเบียบและ จำเป็นที่จะพัฒนิเซธใคร
ที่จะเข้ามาในพื้นที่อันตราย หรือที่ใกล้ถึงจะระเมิดระเบียบ
แล้วเขาบอกได้โดยเมตตา ไม่เฉพาะโดยความระแวงหรือรำคาญ
แต่เราบอกโดยเมตตา โดยความหวังดี
ซึ่งช่วงนี้มันจำเป็นมากที่เราพัฒนิปัตย์การแผ่เมตตา
ยิ่งหากว่าเราจะไม่ได้มีโอกาสมาพูดคุยแล้วหากันได้
หากว่าเราต้องห่างกัน
หากว่าเราไม่มีโอกาสที่จะได้เยี่ยมกัน
ยิ่งต้องพัฒนิปัตย์การแผ่เมตตา
ที่จริงก็พระเองก็เช่นเดียวกัน
เราก็อยู่ในผ้าเหลือง แล้วก็นึกถึง โอ้วววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว
มรณภาพของญาติ ของมิตร ของเพื่อนเป็นต้น
เราก็อยู่หน้าท่าเหลือง แล้วก็ต้องห่างกัน
ไม่สามารถที่จะติดต่อเขาได้ หรือไปเยี่ยมเขาได้
หรือพูดคุยให้กำลังใจได้
เราอาศัยที่เราก็มีใจของเรา ที่สร้างเมตตาจิตให้ได้
เราก็กลับไปนั่งภาวนาที่กุฏตี
ถึงจะไม่ได้โทรศัพท์ ไม่ได้มีกัน
ฟังเสียงกัน มองหน้ากัน
แต่เราส่งเมตตาจิตไป
เช่นวันเกิด หรือวันที่เรารู้ว่า
ที่บ้านเรา ที่เราไม่ได้อยู่มาหลายปี
เขารำบาก เกือบร้อน กังวล
เราไม่สามารถที่จะนำความสุขให้เขา
นอกจากด้านชิดใจ
เราก็นั่งภาวนาแผงเมตตา
ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับพระเราอยู่แล้ว
เราก็อยู่ห่างกันกับพ่อแม่
แล้วตบแถนบุญคุณ
ชดเชยสิ่งที่เป็นความดีงาม wished
ที่เขาได้ทำให้เรา
ต่อเมตตาจิตอยู่แล้ว
ก็ขอให้คิดเฉpatเดียวกัน
ในการกระทำของเราในสังคมปัจจุบัน
เราอาจจะไม่สามารถ不同
โปรดยากพี่น้องได้เหมือนเดิม
เรียงอ่านให้เขาได้เหมือนเดิม
ต้อนรับให้เขามากลับมาบ้าน
ช่วงที่เขามาจากพื้นที่เสี่ยง
ก็เราอาจจะไม่สามารถที่จะยินดีต้อนรับเขาได้
แต่เราไม่ปฏิเสธนำจิตนำใจ
เราให้ตัวอินามมาทำ
เราให้โดยการนั่งภาวนา
เรื่องอื่นๆเป็นเรื่องกฎระเบียบ
เรื่องการจำเป็นของสถานการณ์
เรื่องที่แต่ละคนต้องฝึกความอดทนอยู่แล้ว
เราก็อด เขาก็อด
แต่ไม่อดน้ำใจเราก็ส่งไป
แต่ละวันๆในภาวนี้
เราไม่มีความลึกสักว่าเกิดเขิน
เพราะว่าเราทำถูกตามระเบียบ
ถูกตามกฎหมาย
ที่เป็นจุดที่ลำบาก จนที่ว่าเรามีกฎระเบียบ
ที่เป็นประโยชน์ในระยะยาว ประโยชน์ในส่วนรวม
หรือประโยชน์ในที่เราเองไม่ยอมรับ
เราก็ทำคนละอย่าง ที่หลังเราจะลำบาก
ที่หลังเราจะได้เป็นผู้ที่เกือบเขินมากกว่าอีก
จึงทำตามนโยบาย ถึงจะมีความแปลกๆนิดหน่อย
ในการกระทำของเรา แปลกใจนิดหน่อย
เราก็ทำไว้ถูกต้องตามที่สังคมหมดหมายกัน
ตามที่เป็นประโยชน์ในระยะยาว
แล้วก็ส่วนตัวเราชดเชยโดยการแท้มิตา
ซึ่งเป็นการประกันเราเองว่าเราทำโดยชีวิตนาดี
เราทำโดยความถูกต้องทำโดยการชอบทํา
ทำโดยน้ำจิตน้ำใจของเรา
เผิดไว้ให้พิจารณาวันนี้เป็นวันพระ
แต่ละคนก็มีโอกาสมาสมทานศีลโตย avoid what we think is right
แต่งโตยตัวเองโตยความรู้สึกว่าจําเป็น
โตยรู้สึกว่าเป็นบุญยังยิ่ง
ซึ่งหากว่าเราปังคับตัวเองได้ มีวินัยกับตัวเองได้
ยิ่งเป็นตัวอย่างให้หลาย ๆ คน หลายระดับสังคม
ก็เช่นเดียวกันกับเด็กนักเรียน ที่ต้องปังคับตัวเองให้เรียนนังสือ
พวกเราลูกศิษย์ว่า เราต้องปังคับตัวเอง
ต่อความเต็มอกเต็มใจ ต่อความสมัครใจ
ที่จะรักษาศีลแถมีตาเป็นพิเศษในวันนี้
ฝากไว้ให้พิจารณา
ขออนุมูลธรรมด้วย ขอบคุณที่ทำ