Ringkasan dibuat dengan bantuan AI • Belum diverifikasi
Ceramah ini membahas tentang persahabatan spiritual (Kalyāṇamittatā) dalam konteks komunitas Buddhis. Pembicara mengawali dengan ucapan terima kasih atas dana makanan dan menjelaskan bahwa meskipun ada pembatasan fisik, hubungan batin tetap terjaga. Kemudian, ia mendefinisikan teman baik (kalyāṇamitta) sebagai seseorang yang disayangi, dihormati, dan menginspirasi kemajuan. Bagian penting lainnya mencakup kemampuan mendengarkan dengan sungguh-sungguh tanpa prasangka, memiliki kebijaksanaan mendalam yang mampu menganalisis sebab-akibat, tidak menyesatkan orang lain, dan selalu mengarahkan pada kebaikan. Terakhir, ditekankan bahwa teman baik tidak pernah lengah, dapat dipercaya, dan memiliki tujuh kualitas yang bermanfaat untuk praktik spiritual.
อนุโมทนาในการเสียสละ ในการอุปฏิหักษ์ วัด แล้วก็คณะทรง
ในการทำอาหาร ก็เป็นสังขทานทุกวัน
ไม่ต้องกล่าวคำถวาย ไม่ต้องกล่าวการอธิษฐาน
แต่เราภัทธิบัติในใจ
เมื่อกี้หน้าวัดได้พูดกับแม่ออก
พอออกซ่วงมาจำนวนมากพอสมควร
เขาเป็นวังภรรยา และทั้งแต่กระจายกัน ดามฐนทหารถึงห่างกัน
ในพูดเรื่องกันกันเป็น กาลิยนมิตร
ก็เป็นเพื่อนที่ดี
เพราะว่า ช่วงนี้ก็ สำคัญ
ต้องรักษา มนุษยศัมพันธ์ส์ที่ดี
แม้แต่เราห่างกัน หลายคนกรรกตัว
มีวงจำกะ ในกิจกรรมนี้
ที่เราทำได้ก็จำกัด
เขาก็พูดกันว่า
ต้องห่างกัน
อย่างน้อยเม็ดห้าสิบ สองเม็ด
ทำตรงนี้เพื่อจะไม่ได้ติดโรค
อันนี้หมายถึงว่า
ด้านร่างกายเราแยกกัน
แต่ด้วยจิตใจ
เราแสดงออกถึงความเป็น
กรรยานมิตรเหมือนเดิม
กรรยานมิตรเป็นคนที่
เป็นผู้น่ารัก
คือว่ามีความเอ็นดู
มีเมตตา
แล้วก็มีความเคารพ คือว่ามีมารยาทที่ดี
เป็นคนที่มีรักในการกระทำที่น่าเคารพ
แล้วก็เคารพผู้อื่น ก็เป็นคนที่มีพุทธง่ายๆในวัดเรา
มีความวัดพฤติบัตรที่รักษา เป็นผู้ที่เคารพ
แล้วก็เป็นคนที่กำลังเจริญ เจริญร่วงเรือง
คือว่าที่คิดในแง่ที่สร้างสรรค์ ในแง่การพัฒนา
เขาเรียกว่าภาวะนิว น่าเจริญใจ น่าเจริญธรรม
เป็นคนที่มีความมุ่งหมายในการกระทำที่เป็นไปเพื่อประหยุด
และเขาเป็นคนที่จะภึกษาเรื่องต่างๆ ได้
เป็นคนที่จะพูดดี และพูดแบบน่าสนทนากัน
และคนที่ฟังได้ด้วย
คนที่ฟังที่คนอื่นจะเล่าให้เราฟัง
โดยความเคารพ โดยความนารัก โดยความเรียบร้อย
ก็ฟังไว้ มันเป็นสิ่งที่ยากเหมือนกัน
บางครั้งเราก็ไม่เคยได้มีเวลา
ที่จะฟังจริงๆ ฟังไม่ทั่วถึง
คนอื่นจะพูดกับเรา เราก็มีพฤติเกรียทันที
แต่ว่าถ้าฟังจริงๆ ก็รับไว้ก่อน รับไว้พิจารณา
เป็นผู้ที่ปรึกษาที่ดี
เหมือนเราเป็นที่ปรึกษากัน
มันเป็นเรื่องชีวิตประจำวัน
เราก็ต้องเป็นคนที่มีการแลกเปลี่ยน
ในแง่ที่ดีอยู่ตลอด
แล้วก็อีกข้อหนึ่งในกรณมิตรธรรม
คือว่าเป็นคนที่มีความลึกซึ้ง
ไม่ใช่ว่าคนเพียวเพลิน
กำเพียโรค
คือหมายความว่าคนที่เข้าถึงเกร็นศาลอยู่
ไม่ใช่ว่าคนที่ทำปุ๊บปั๊บแล้วทิ้งไว้
ก็พูดอะไรก็จบไป
ไม่ ก็เป็นคนที่เจาะลึก ถามว่า
อันนี้มันเป็นสาเหตุของสิ่งต่างๆ แบบไหน
พิจารณาก็เป็นคนที่
เรารู้กันอยู่ว่า ท่านที่เราเจอ
เป็นคนที่ผิวเพลินไหม
หรือเป็นคนที่เป็นเพื่อนจริง
กรรยานมิตรเป็นเพื่อนจริงก็ต้องมีความลึก ลึก ลึก
กระลึกๆ จะไว้ใจกัน
คำบริโรคและข้อสุดหลัง
เพื่อนที่ดี การียันนามิตร
ไม่เคยผ่านตามในทางที่ไม่ถูก
갈ังไม่เคยชักชัวร์ในผิดที่ไม่ควร
ไม่เคยทำอะไรที่เป็นเสียประโยชน์
เหมือนเราตั้งเบาหมายพร้อมเพียงกันว่า
อยากศีรษะละ อยากทำความดี
ไม่ใช่ว่าเราจะทำแบบสนุกสนาน
เปลื้องๆ กว่า
เหมือนที่เขาทากันทำ
มักจะเป็นช่วงที่อย่างหนุ่มๆ ไวรุ่นอะไรบางครั้ง
ก็รักกันทิ้งกัน ไม่ใช่
แล้วเขาไปเที่ยวอะไรต่างๆ
ชมนี่ชมนู่นอะไร
แต่ไม่ได้เขาลึก เราไม่ได้เป็นที่ไว้ใจกันได้
เพราะว่าใครก็รู้ว่าเขาอยากได้กรรมราคา
อยากได้แค่ความสนุกสนาน
แล้วก็ได้แล้วเขาทิ้ง
ก็พูดถึงว่า
กริยนมิตรที่จริงก็เป็นคนที่ไม่ประมาท
เราก็ไม่ชวนข้ารี้ประมาท
เค้าว่าไว้ใจได้อยู่ตลอด
มีเจ็ดประการ
ที่น่ารักที่น่าเคารพแล้วก็ที่น่าเจริญใจ
แล้วที่เป็นภัยเพื่อกันฟังซึ่งกันและกัน
แล้วก็แถลงอะไรต่างๆ โดยเป็นประโยชน์แล้วความลึกซึ้ง
แล้วก็ทำสิ่งต่างๆ ในแง่เดียวกัน
คือว่าให้มันได้สมหวังไม่ใช่ว่าทำให้มันได้รายประโยชน์
สำหรับวันพระให้กรณมิตรธรรมเป็นประโยชน์แก่เราในการภาวนา
จะเจริญสติปัญญาให้มีความเยือกเย็นในใจ
แล้วก็พลังคือสุขภาพแข็งแรงด้วย
ให้มีกรรยานมิทธรรม
ก็เป็นความคิดสำหรับวันพระเราวันนี้